ประวัติศาสตร์ก่อนสมัยสุโขทัย

ความเป็นมาและเหตุการณ์สำคัญ

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์

การปกครองตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
การทหารของไทยสมัยสุโขทัย
พระมหากษัตริย์องค์สำคัญ
กำเนิดลายสือไทย
ศิลาจารึก

ไตรภูมิพระร่วง

ประวัติจังหวัดสุโขทัย
ประวัติอำเภอ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ประวัติอำเภอ

ประวัติอำเภอเมืองสุโขทัย

                อำเภอเมืองสุโขทัยได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๙ ชื่อ “อำเภอในเมืองสุโขทัย” ตั้งที่ทำการ ณ บ้านหลวงรักษ์นาวา ตำบลธานี โดยหลวงพิชัยมนตรีเป็นนายอำเภอคนแรก ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๑ ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งในที่ดินบริเวณบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยในปัจจุบัน ใช้ชื่อ “อำเภอในเมืองสุโขทัย” พอมาอยู่ในที่ดินของหลวงก็ได้ชื่อใหม่ว่า “อำเภอเมืองสุโขทัย” เหมือนกับชื่ออำเภอในปัจจุบัน แต่ใช้ชื่อนี้อยู่ได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนเป็น “อำเภอธานี” ในราวปี พ.ศ.๒๔๕๙ เพราะกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้เปลี่ยนชื่ออำเภอต่าง ๆ ตามชื่อตำบลที่ตั้งอำเภอนั้นตั้งอยู่

                ตัวอาคารที่ว่าการอำเภอธานีในบริวเณบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยต่อมามีสภาพชำรุดทรุดโทรม และคับแคบ ทางราชการจึงดำริให้สร้างที่ว่าการอำเภอใหม่ โดยย้ายไปสร้างข้างศาลบากลางจังหวัดสุโขทัย เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๒ เมื่อครั้งอำมาตย์ตรีพระศรีพลรัตน์ (ยะฟะละ เกตุเลขา) นายอำเภอคนที่ ๑๐ และยังคงใช้ชื่ออำเภอธานีตามเดิม จนกระทั่งวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๔ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ยุบจังหวัดสุโขทัย ไปขึ้นกับจังหวัดสวรรคโลกและโดยที่เห็นว่าชื่อจังหวัดสุโขทัยเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของชาติไทย อันควรที่จะสงวนไว้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “อำเภอธานี” เป็น “อำเภอเมืองสุโขทัยธานี”

                ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๒ กระทรวงมหาดไทยได้สั่งให้ยุบจังหวัดสวรรคโลกโดยให้ขึ้นกับจังหวัดสุโขทัยตามเดิม โดยออกพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อจังหวัดสวรรคโลก เป็นจังหวัดสุโขทัยและพร้อมกันนี้ให้เปลี่ยนชื่อ “อำเภอเมืองสุโขทัยธานี” เป็น “อำเภอเมืองสุโขทัย” ตราบจนทุกวันนี้

                อาคารที่ว่าการอำเภอซึ่งสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๒ เป็นอาคารไม้ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามสภาพ นายนิพนธ์ ศิริบรรจง นายอำเภอคนที่ ๒๑ ได้ติดต่อของบประมาณสร้างอาคารที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ และได้รับอนุมัติให้สร้างอาคารที่ว่าการอำเภอในวงเงินงบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกันเนื่องจากที่ว่าการอำเภอหลังเดิมอยู่ในบริเวณคับแคบ ด้านเหนือติดหอประชุมจังหวัดสุโขทัย ด้านใต้ติดกับสำนักทะเบียนที่ดินจังหวัดสุโขทัย ด้านหลังเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมในฤดูน้ำ จึงย้ายไปตั้งทางด้านหลังของบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ตัวอาคารปัจจุบันจึงติดรั้วบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ด้านหน้าติดถนนสิงหวัฒน์ มีบริเวณกว้างขวางกว่าเดิม ทางด้านหน้าทีสนามหญ้า ทางด้านทิศตะวันตกมีหอประชุม ตัวอาคารที่ว่าการอำเภอเป็นตึก ๒ ชั้น สร้างเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๑๐  

ประวัติอำเภอสวรรคโลก

                จดหมายราชวงศ์จีนเมืองซ้อง (พ.ศ. ๑๕๐๓-๑๖๐๑) ได้บันทึกถึงชื่อเมืองเชลียงเป็นครั้งแรก ศิลาจารึกหลักที่ ๒ วัดศรีชุม ได้อธิบายว่า เมืองเชลียงเป็นเมืองพ่อขุนศรีนามนำถม ซึ่งเป็นพระราชบิดาของพ่อขุนผาเมือง กำแพงเมืองเชลียงยังเหลืออยู่ในบริเวณวัดพระศรีรัตนมหาติเชลียงวรวิหารในปัจจุบัน

                ในสมัยสุโขทัย ประมาณ  ๗๐๐ ปีที่ผ่านมา เรียกเมืองที่สร้างด้วยกำแพงศิลาแลงย่อขนาดให้เล็กลงจากกำแพงเมืองเชลียงว่า เมืองศรีสัชนาลัย

                ประมาณ พ.ศ. ๑๙๙๔ พระเจ้าติโลกราช แห่งล้านนากยกทัพมายึดเมืองศรีสัชนาลัยได้และเปลี่ยนชื่อเรียกว่าเชียงชื่น

                พ.ศ. ๑๙๙๔ พระเจ้าบรมไตรโลกนาถ แห่งอยุธยา ได้ยึดเมืองเชียงชื่นได้ทรงเปลี่ยนชื่อเมืองเชียงชื่นเป็นเมืองสวรรคโลก เมืองสองแคว เปลี่ยนเป็นเมืองพิษณุโลก

                ชื่อเมืองสวรรคโลกใช้ตลอดสมัยอยุธยา ธนบุรี จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เมืองสวรรคโลกใหม่ได้ย้ายลงมาตั้งที่หมู่บ้านวังไม้ขอนประมาณ พ.ศ. ๒๓๗๙

                หลังวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๕ ได้เปลี่ยนคำเรียกจวนเมืองสวรรคโลกว่า ศาลากลางเมืองสวรรคโลก

                พ.ศ. ๒๔๕๘ ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศให้เปลี่ยนคำว่า เมืองให้เป็นจังหวัดทั่วไประเทศ ศาลากลางเมืองสวรรคโลกจึงได้เปลี่ยนเป็นศาลากลางจังหวัดสวรรคโลก และศาลากลางเมืองสุโขทัยจึงเปลี่ยนเป็นศาลากลางจังหวัดสุโขทัย

                 อำเภอสวรรคโลก เดิมมีชื่อว่าอำเภอวังไม้ขอน แต่เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอเมืองสวรรคโลก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ และเปลี่ยนเป็นอำเภอสวรรคโลก เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ เมื่อได้ยุบเลิกจังหวัดสวรรคโลกมาอยู่ภายใต้การปกครองจังหวัดสุโขทัย  

ประวัติอำเภอศรีสัชนาลัย

                ที่ราบลุ่มริมแร่น้ำยมและที่ลาดเชิงเขาพระศรีเขาใหญ่ เขาสุวรรณคีรี เขาพนมเพลิง เป็นพื้นที่เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐาน เนื่องจากมีแม่น้ำ และภูเขาเป็นปราการล้อมรอบ ไม่เฉพาะทำเลดีเท่านั้น แต่ความอุดมสมบูรณ์จากแม่น้ำยมและคลองเล็กคลองน้อยที่ไหลเชื่อมดยงในพื้นที่ดังกล่าว จึงทำให้มีชุมชนก่อตัวขึ้นบริเวณนี้ตลอดมา

                มีหลักฐานเอกสารโบราณของไทยและจีนประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ได้กล่าวถึงเมืองโบราณแห่งหนึ่งอยู่ระหว่างบริเวณแถบเมืองสุโขทัย โดยเอกสารจีนโบราณราชวงศ์ซุงเรียกว่าเมืองเฉิงเหลียง พงศาวดารโบราณเรียกว่า แดนเฉลียง

                ก่อนช่วงเวลาที่พ่อขุนศรีอินทราทิตยืจะเป็นกษัตริย์ปกครองสุโขทัยนั้นมีเหตุการณ์ที่ปรากฏในศิลาจารึกตำนานและพงศาวดารยืนยันว่าปรากฏมีเมืองโบราณ ๒ เมืองในลุ่มแม่น้ำยมอยู่ก่อนแล้ว คือ เมืองสุโขทัย กับเมืองเชลียง พระมหากษัตริย์ไทยองค์หนึ่งทรงพระนามว่าพ่อขุนศรีนาวนำถม ซึ่งเป็นต้นราชวงศ์ผาเมือง กับเมืองเชลียง พระมหากษัตริย์ไทยองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พ่อขุนศรีนาวนำถม ซึ่งเป็นต้นราชวงศ์ผาเมือง เคยเป็นเจ้าเมืองเชลียงก่อนที่จะขึ้นครองราชย์ที่สุโขทัย เมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถมสิ้นประชนม์ ขอมสบาด โขลญลำพงใช้กำลังยึดทั้งเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัย ต่อมาพ่อขุนผมเอง โอรสพ่อขุนศรีนามนำถมร่วมกับพ่อขุนบางกลางหาวได้ยึดเมืองทั้งสองกลับมาได้จนในที่สุดพ่อขุนบางกลางหาวได้รับการสถาปนาเป็นพระมหากษัตริย์ปกครองสุโขทัย โดยมีพระนามว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์

                ต่อมาพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ได้ส่งพระราชโอรสองค์ใหญ่ของพระองค์ คือ พ่อขุนบาลเมืองไปครองเมืองศรีสัชนาลัย ต่อมาพ่อขุนบาลเมืองขึ้นครองราชย์ที่สุโขทัยแล้วพ่อขุนรามคำแหงก็ได้ปกครองเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของคำว่าเมืองลูกหลวง เมืองศรีสัชนาลัยคงดำรงความเป็นเมืองบูกหลวงของสุโขทัยต่อมาอีกหลายชั่วกษัตรยิ์แม้เมืองกรุงสุดขทัยตกอยู่ภายใต้อำนาจของกรุงศรีอยุธยาในช่วงต้น ๆ ของการเสียอิสรภาพเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ แห่งราชวงศ์พระร่วงก็คงได้รับเกียรติปกครองดูแลเมืองศรีสัชนาลัยอยุ่ตามเดิม จนมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยาเมืองนี้กลายเป็นสมรภูมิการรบครั้งสำคัญ และเป็นเมืองรับศึกระหว่างสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งอยุธยาและพระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ชัยชนะของอยุธยาในศึกครั้งนั้นก่อให้เกิดวรรณคดีลืมพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งถือเป็นชิ้นเยี่ยมของวรรณคดีคือ ลิลิตยวนพ่าย ผลอันสำคัญหลังศึกยวนพ่ายคือเมืองศรีสัชนาลัย ตกอยู่ในการควบคุมของอยุธยาอย่างจริงจัง

                ชนกลุ่มแรกที่ถือได้ว่าเป็นกลุ่มแตกของการก่อตั้งอำเภอศรีสัชนาลัยในปัจจุบัน จากตำนานคงถือได้ว่าเป็นชนชาวบ้านตึกในปัจจุบันนี้เอง ซึ่งจากตำนานได้กล่าวไว้ว่าเมืองครั้งอดีตมีชายแก่คนหนึ่งได้เดินทางเข้ามรถึงบ้านแห่งนี้ (บ้านตึกในปัจจุบัน) เมื่อครั้งหมู่บ้านแห่งนี้ยังไม่มีชื่อบ้าน โดยมุ่งหน้าจะไปตั้งหลักฐานทำมาหากินใจท้องที่ที่อุดมสมบูรณ์ พอถึงหมู่บ้านแห่งนี้แล้วก็คิดว่าคงเดินทางต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะมีภูเขาล้อมรอบกั้นขวางอยู่ข้างหน้าอีกด้วย กอร์ปกับในเวลานั้นมีฝนตกชุกมาก จึงได้เอ่ยขึ้นว่า ที่นี่ตึ๊กแล้ว ฝนก็ตึ๊กอย่างอื่นก็คงตึ๊กด้วย และจึงหยุดเดินทางต่อไปและได้ตั้งหลักฐานมั่นคงอยู่ที่บ้านแห่งนี้และต่อมาชาวบ้านแห่งนี้จึงได้เรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “บ้านตึ๊ก” ซึ่งต่อมาได้เรียกเพี้ยนมาเป็น “บ้านตึก” ในที่สุด (คำว่า “ตึ๊ก” คงมีความหมายว่า สิ้นสุดแล้ว เช่นอร่อยที่สุด ไกลที่สุด ดีที่สุด ฯลฯ ประชาชนจึงเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่าบ้านตึ๊กในที่สุดจนใช้อยู่จนปัจจุบัน)

                ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๑ บ้านตึกได้ตั้งเป็นที่ว่าการอำเภอครั้งแรก ตั้งอยู่ที่บ้านปลายนา (หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านตึกในปัจจุบัน) เดิมชื่ออำเภอด้ง อยู่ห่างไปทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอปัจจุบันประมาณ ๑๒ กิโลเมตร สาเหตุที่ใช้ชื่อว่า “อำเภอด้ง” เนื่องจากบริเวณที่ตั้งอำเภอเป็นที่ราบและมีภูเขาล้อมรอบด้วยภูเขาเป็นรุปวงกลม คล้ายรูปกระด้ง จึงได้ตั้งชื่อว่า อำเภอด้ง ชื่อตั้งอยู่ได้นานถึง ๑๒ ปี โดยมี นายอำเภอ ๒ คน คือ คนที่ ๑ ชื่อพระเมืองด้ง คนที่ ๒ ชื่อหมื่นด้งนคร แต่ประชาชนนิยมเรียกนายอำเภอว่า เจ้าพ่อเมืองด้นหรือเจ้าปู่เมืองด้ง ต่อมาเมื่อนายอำเภอคนที่ ๓ ชื่อขุนศรีทิพบาลมารักตำแห่งใหม่ได้พิจารณาเห็นว่าการคมนาคมไม่สะดวก เพราะในสมัยนั้นต้องใช้ลำนี้เป็นเส้นทางติดต่อคมนาคมกันเป็นส่วนใหญ่ จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งใหม่ที่บ้านป่างิ้ว ฝั่งตะวันออกริมแม่น้ำยม (ปัจจุบันอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลป่างิ้ว อำเภอศรีสัชนาลัย) และยังคงใช้ชื่ออำเภอว่า “อำเภอด้ง” เหมือนเดิมตั้งอยู่ได้นานประมาณ ๕ ปี เมื่อขุนศรีทิพบาลเกษียณอายุราชการและนายอำเภอคนใหม่ยังไม่มาเข้ารับตำแหน่งนั้น ผู้ร้ายได้เข้าปล้นที่ว่าการอำเภอด้ง และได้เผาที่ว่าการอำเภอด้งด้วย และต่อมานายอำเภอคนที่ ๔ คือ พระยาพิศาลภูเบท หรือพระยาพิศาลคีรี มารับตำแหน่งใหม่จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอลงมาตั้งที่บ้านหาดเซียว เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๘ และยังใช้ชื่อว่า “อำเภอด้ง” เหมือนเดิม ซึ่งหมู่บ้านหากเซียวนี้เดิมชื่ออะไรไม่ปรากฏ แต่มีหลักฐานเป็นที่น่าเชื่อถือว่า ในสมัยนั้นพระธิดาสาวเจ้าเมืองเชียงรายเสด็จจากเชียงรายมาลงเรือมาก (เรือชุดแบบพื้นเมืองขนาดใหญ่ ๔ แจว) ที่เมืองแพร่เสด็จตามลำน้ำยมลงมาเพื่อไปเยี่ยมพระสหาย คือพระธิดา เจ้าเมืองตาก ผ่านมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ (บ้านหาดเซี้ยว) บังเอิญเรือรั่วจึงแวะจอดยาเรือที่หมู่บ้านแห่งนี้ ประกอบกับแม่น้ำในช่วงนั้นได้ไหลเป็น ๒ สาย โดยมีเกาะกลางน้ำเป็นสาดทรายอยู่ตรงกลางระหว่างแม่น้ำที่แยกไหลเป็น ๒ สาย และบริเวณหาดทรายนั้นเองมีต้นส้นเสี้ยวเกิดขึ้นมากมาย เมื่อพระธิดาสาวเจ้าเมืองเชียงรายกำลังรอให้ลูกเรือยาเรือที่รั่วอยู่ และมีเวลาว่าง จึงเสด็จขึ้นไปชมการทอผ้า การตีเหล็กที่หมู่บ้านแห่งนี้และได้สอบถามชาวบ้านแห่งนี้ชื่อว่าบ้านอะไร ปรากฏว่าไม่มีใครทราบ  เพราะชาวบ้านแห่งนี้ไม่เคยเรียกชื่อบ้านของตนเองเลยพระธิดาจึงทรงแนะนำให้หัวหน้าหมู่บ้านตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านหาดเซี่ยว” เป็นสำเนียงของชาวเหนือ ซึ่งเปลว่า น้ำไหลแรง ด้วยเหตุดังกล่าวหมู่บ้านแห่งนี้จึงได้เชื่อว่าบ้านหากเซี่ยวมาตลอดจนถึง พ.ศ. ๒๔๖๐ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสเสด็จที่วัดโพธิ์ไทย (วัดหาดเสี้ยวปัจจุบัน) ได้ทรงพิจารณาเห็นว่าอักษร ซ ไม่เหมาะสม เพราะขัดต่อหู เวลาฟังชาวบ้านพูดประกอบกับแม่น้ำได้แยกเป็น ๒ สาย (กระแก) ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าผ่าเสี้ยว จึงโปรดรัดสั่งให้เปลี่ยนแปลงชื่อหมู่บ้านเสียงซึ่งต่อมาข้าราชการและประชานชนได้พร้อมในการเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านหากเซี่ยวเป็นบ้าน “หาดเสี้ยว” และได้เปลี่ยนชื่ออำเภอด้งเป็น “อำเภอหาดเสี้ยง” และยังเปลี่ยนชื่อวัดโพธิ์ไทร เป็น “วัดหาดเสี้ยว” ในปัจจุบัน และเปลี่ยนชื่อวัดโพธิ์ทองเป็นวัดหาดสูง ฯลฯ หลักฐานคำไทยพวน จากราษฎรไทยพวนบ้านหาดเสี้ยวที่มาชุมนุมต้อนรับสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรศที่เสด็จมาที่วัดโพธิ์ไทรในครั้งนี้มีตอนหนึ่งกล่าวว่า “ฝูงชนรำฟ้อนไปต้อนเสด็จฯ พาเข้ามาวัดโพธิ์ไทย อำเภอหาดเซี่ยว แม่น้ำหาดเสี้ยว ๒ ตอน คนสะล้อนพา ไปแห่สมเด็จฯ เพิ่นสังวาจีเห้อ ถึกแท้ชื่อบ้านแก้เป็น สอ เสือ ซอ โซ่ ชอ ช้าง เอาไว้หั้น จำให้มันซ่อยกันแต่แปลงแล้วแถลงหือถี่ตาม ฮีต ซ้อยกันคิดแล้วแต่งตามคอม จึงพอกันฮ้องชื่อบ้านหาดเสี้ยว ยาได้คดเคี้ยวจำสืบต่อกันไป”

                หลังจากได้ย้ายที่ว่าการอำเภอด้งมาอยู่ที่หมู่บ้านหาดเสี้ยว (บ้านหาดเซี่ยว) แล้วต่อมาก็ได้มีการเปลี่ยนชื่ออำเภอเป็น “อำเภอหาดเสี้ยว” ตามที่กล่าวมาข้างต้นจนถึง พ.ศ. ๒๔๗๖ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว คณะรัฐบาลสมัยพระยาพหลพลพยุหเสนาพิจารราเห็นว่า ควรจะนำปูชนียสถาน หรือสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งเป็นชื่ออำเภอ/จังหวัด จึงได้มีการเปลี่ยนชื่ออำเภอหาดเสี้ยวใหม่เป็น “อำเภอศรีสัชนาลัย” เพราะเมืองศรีสัชนาลัยเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คู่กับเมืองเช่ลี้ยง ซึ่งปัจจุบันนี้เมืองศรีสัชนาลัยได้ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีสัชนาลัย ได้ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีสัชนาลัย ชาวบ้านเรียกว่าเมืองเก่า คำว่าศรีสัชนาลัยเดิมเขียนมีตัว ช. ๒ ตัว จนถึงวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๑๐ สมัยรัฐบาลชุดจอมพลถนอม กิตติขจร คณะราชบัณฑิตยสถาน ได้นำเอาชื่ออำเภอ/จังหวัดต่าง ๆ ขึ้นมาพิจารณาให้เข้ากับอักษรโรมัน ซึ่งอำเภอศรีสัชนาลัย ในสมัยนั้นก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงด้วยโดยให้ตัดตัว ช. ออก ๑ ตัว จึงเขียนเป็น “ศรีสัชนาลัย” ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานิเบกษาฉบับพิเศษ หน้า ๒ เล่นที่ ๘๔ ตอนที่ ๕๖ ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๑๐ และได้ใช้มาจนถึงทุกวันนี้

ประวัติอำเภอศรีสำโรง

                อำเภอศรีสำโรงได้ตั้งที่ว่าการอำเภอเป็นแห่งแรก ที่บ้านนาหลุก ซึ่งเป็นที่ตั้งหมู่บ้าน หมู่ที่ ๕  ตำบลนาขุนไกร  ต่อมาจะเป็น   พ.ศ. ใดยังค้นหาหลักฐานไม่พบ ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งที่บ้านปากแก่ง ตำบลเกาะตาเลี้ยงเป็นครั้งที่ ๑ แล้วย้ายไปตั้งที่บ้านวังทอง ตำบลวังทอง เป็นครั้งที่ ๒ แล้วย้ายมาจากตำบลวังทองไปตั้งที่บ้านคลองตาล ตำบลวัดเกาะ เป็นครั้งที่ ๓ และย้ายไปตั้งที่บ้านคลองตาล ตำบลคลองตาล ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอศรีสำโรงในปัจจุบันเป็นครั้งที่ ๔

                คำว่า “ศรีสำโรง” ซึ่งเป็นชื่ออำเภอได้ใช้ชื่อนี้มาตั้งแต่ยังตั้งที่ว่าการอำเภอที่บ้านนาหลุก บ้านปากแก่ง และบ้านวังทอง ต่อเมื่อย้ายไปตั้งที่อยู่ที่บ้านคลองตาล ตำบลวัดเกาะ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอคลองตาล” ตามนามบ้านและหลังจากที่ได้ย้ายที่ตั้งที่ว่าการอำเภอครั้งหลังสุด มาตั้งที่บ้านคลองตาล ตำบลคลองตาล จึงได้เปลี่ยนชื่อใหม่จำอำเภอคลองตาลมาใช้ชื่อเป็น “ศรีสำโรง” ตามเดิม เพื่อรักษาประวัติดั้งเดิมไว้

                คำว่า “ศรีสำโรง” ไม่ใช่ชื่อหมู่บ้านของตำบลตามที่ทั่วไปนิยมใช้กัน เพราะปรากฏจากปากคำของคนเฒ่าคนแก่ได้เล่าลือสืบต่อๆ กันมา “ศรีสำโรง” ซึ่งเป็นชื่ออำเภอแต่เดิมมานั้นบริเวณที่ตั้งที่ว่าการอำเภอที่บ้านนาหลุกเมื่อครั้งตั้งอยู่นั้นมีต้นสำโรงอยู่ต้นหนึ่ง เป็นต้นไม้ที่มีกิ่งก้านสาขาใหญ่โตมาก ผู้ก่อตั้งที่ว่าการอำเภอครั้งนั้นคงจะเห็นเป็นสัญญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ จึงได้ขอใช้ชื่ออำเภอโดยอาศัยชื่อของต้นไม้ดังกล่าวเป็นหลัก และเพื่อที่จะให้เป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง จึงได้เติมคำว่า “ศรี” เข้าไว้ข้างหน้าอีกคำหนึ่ง  

ประวัติอำเภอกงไกรลาศ

                กงไกรลาศเดิมเป็นแขวงหนึ่งของเมืองสุโขทัย ปรากฏหลักฐานการตั้งเป็นอำเภอกงไกรลาศเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๗ โดยมีพระกงไกรลาศดำรงตำแหน่งนายอำเภอคนแรก ที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ชื่อ “เกาะกง”

                ปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ในสมัยหลวงบุรีไทยพิทักษ์ ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ ทางราชการได้เปลี่ยนชื่ออำเภอกงไกรลาศเป็นอำเภอบ้านไกร เนื่องจากเกาะกงมีน้ำท่วมถึงในฤดูน้ำหลาก ไม่สะดวกในการติดต่อราชการของประชาชน ในปีเดียวกันนั้นจึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำยม ห่างจากที่ว่าการอำเภอเดิมประมาณ ๑๕ เส้น

                ปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ในสมัย นายเปลี่ยน สิทธิเวช ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ ทางราชการได้เปลี่ยนชื่ออำเภอบ้านไกรเป็นอำเภอกงไกรลาศ ดังเดิม เนื่องจากชื่อกงไกรลาศ ปรากฏในประวัติศาสตร์ไทยมาช้านาน

                ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ในสมัย นายเอื้อน รงค์ทอง ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ ได้พิจารณาเห็นว่าบริเวณที่ว่าการอำเภอเดิมคับแคบขยายไม่ได้ ทั้งยังมีน้ำท่วมถึง ประกอบกับอาคารที่ว่าการอำเภอเริ่มชำรุดทรุดโทรม จึงให้ขออนุญาตย้ายไปสร้างที่แห่งใหม่ กระทรวงมหาดไทยได้อนุญาตให้ย้ายไปสร้างที่แห่งใหม่บริเวณริมถนนสิงหวัฒน์ หลักกิโลเมตรที่ ๒๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลบ้านกร่าง เนื้อที่ ๒๕ ไร่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเดิม ๓ กิโลเมตร เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๕ จนถึงปัจจุบัน สถานที่เดิมใช้เป็นที่ตั้งสถานีอนามัยตำบลกงจนถึงปัจจุบัน

ประวัติอำเภอคีรีมาศ

                เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.  ๒๔๘๐ กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกฐานะท้องที่ ตำบลโตนด ตำบลทุ่งหลวง ตำบลสามพวง และตำบลศรีคีรีมาศ ขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ  เรียกว่า “กิ่งอำเภอศรีคีรีมาศ” การปกครองขึ้นอยู่กับอำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยตั้งที่ว่าการกิ่งอำเภออยู่ที่หมู่ที่ ๑ ตำบลศรีคีรีมาศ โดยจัดแบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๔ ตำบล ๓๐ หมู่บ้าน ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๔๘๑ ทางราชการได้โอนหมู่บ้าน หมู่ที่ ๑ ตำบลศรีคีรีมาศ ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอไปอยู่ในเขตการปกครองของหมู่ที่ ๑ ตำบลโตนด ในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยปรับปรุงตำบล หมู่บ้าน แบ่งแยกตำบลทุ่งหลวงออกเป็นอีกตำบลหนึ่งเรียกว่า ตำบลบ้านป้อม ขึ้นอยู่ในเขตการปกครองของกิ่งอำเภอศรีคีรีมาศ และเปลี่ยนนามกิ่งอำเภอศรีคีรีมาศ เป็น “กิ่งอำเภอคีรีมาศ” ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ กิ่งอำเภอคีรีมาศ ก็ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอ เรียกว่า “อำเภอคีรีมาศ” โดยมีนายอรุณ พุ่มสวัสดิ์ เป็นนายอำเภอคนแรก เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๔๙๙ และในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยปรับปรุงตำบลหมู่บ้านแบ่งแยกตำบลสามพวงออกเป็นอีกตำบลหนึ่งเรียกว่า “ตำบลหนองจิก” และเมื่อวันที่ ๑ เมษายน  ๒๕๒๔ แบ่งแยกตำบลบ้านป้อมออกเป็นอีกตำบลหนึ่งเรียกว่า “ตำบลนาเชิงคีรี” และในปี ๒๕๒๖ แบ่งแยกตำบลโตนดออกเป็นอีกตำบลหนึ่ง เรียกว่า “ตำบลหนองกระดิ่ง” อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอคีรีมาศ

ประวัติอำเภอทุ่งเสลี่ยม

                ทุ่งเสลี่ยม เป็นภาษาล้านนา หมายถึง ทุ่งต้นสะเดา อันเป็นชื่อผักต้นชนิดหนึ่ง นิยมนำดอกและยอดอ่อนมาปรุงอาหาร

                เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๘ ชาวเมืองลำปางพาครอบครัวลงมาหาเสบียง ๓๐๐ คนเศษ ชนกลุ่มนี้ต่อมาพัฒนาเป็นชุมชนใหญ่ของอำเภอทุ่งเสลี่ยม คนที่เข้ามาอยู่ในท้องที่อำเภอทุ่งเสลี่ยม เดิมเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เมื่ออพยพเข้ามาอยู่ใหม่ ๆ เป็นป่าดงดิบทึบ ราษฎรซึ่งมีอาชีพในการล่าสัตว์ และเอาเนื้อและหนังไปขายและแลกข้าวที่บ้านปากคลองช้างปากคลองแห้งในท้องที่ตำบลเมืองบางขลังอำเภอวังไม้ขอน จังหวัดสวรรคโลก ปัจจุบันเป็นบ้านทุ่งเสลี่ยม หมู่ที่ ๓ ตำบลทุ่งเสลี่ยม และเป็นที่ตั้งวัดทุ่งเสลี่ยมซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อศิลา

                ๒๘ ตุลาคม ๒๔๗๙ ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๔๗๙ แยกหมู่บ้านรวม ๑๑ หมู่บ้าน ตำบลนาทุ่ง อำเภอวังไม้ขอน จังหวัดสวรรคโลก ตั้งเป็นตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอวังไม้ขอน จังหวัดสวรรคโลก (ราชกิจจานุเบกษา เล่น ๕๓ หน้า ๒๐๑๒ ลงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๗๙)

                พ.ศ. ๒๔๘๒ จังหวัดสวรรคโลกได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดสุโขทัย อำเภอวังไม้ของ ได้เปลี่ยนเป็นอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

                ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๘๔ ประกาศกระทรวงมหาไทย ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๘๔ แยกหมู่ที่ ๖, ๗, ๘, ๙, ๑๐ และหมู่ที่ ๑๑ ตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย จัดตั้งตำบลขึ้นอีกตำบลหนึ่ง ขนานนามว่า ตำบลกลางดง จัดเป็น ๖ หมู่บ้าน (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๙ หน้า ๔๐๖๓ ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๔๘๔)

                ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๐๐ ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๐๐ ยกฐานะตำบลทุ่งเสลี่ยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ขึ้นเป็นกิ่งอำเภอ เรียกว่า “กิ่งอำเภอทุ่งเสลี่ยม” ให้ขึ้นอยู่ในความปกครองของอำเภอสวรรคโลกจังหวัดสุโขทัย และให้มีเขตการปกครอง รวม ๒ ตำบล คือ       ตำบลทุ่งเสลี่ยม  และ  ตำบลกลางดง (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๔ ตอนที่ ๕๑ หน้า ๑๒๘๑-๑๒๘๑ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๐๐)

๓๑ สิงหาคม ๒๕๐๐ ประกาศกระทรวงหมาดไทย ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๐๐ ตั้งตำบลไทยชนะศึก กิ่งอำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

๑๑ ธันวาคม ๒๕๐๒ พระราชกฤษฎีกา ตั้งอำเภอทุ่งเสลี่ยม ๒๕๐๒ ให้ตั้งกิ่งอำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นอำเภอทุ่งเสลี่ยม (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๖ ตอนที่ ๑๑๓ ฉบับพิเศษ หน้า ๘-๑๐ ลงวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๐๑)

๑๕ กันยายน ๒๕๑๔ ประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๑๔ ตั้งตำบลบ้านใหม่ไชยมงคลในท้องที่อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

๑ สิงหาคม ๒๕๒๗ ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๗ ตั้งตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์  

ประวัติอำเภอบ้านด่านลานหอย

                แต่เดิมเป็นกิ่งอำเภอขึ้นอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเมืองสุโขทัย ได้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๒ ที่ตำบลบ้านด่าน ต่อมาเมื่อ ปี พ.ศ.  ๒๔๕๙ ได้ย้ายที่ว่าการกิ่งอำเภอไปตั้งอยู่ที่บ้านหมู่ที่ ๑ ตำบลลานหอย และได้ย้ายไปตั้งอยู่ริมถนนจรดวิถีถ่องแล้วประกาศยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๐๖

ประวัติอำเภอศรีนคร

                เชื่อว่าเคยเป็นเมืองที่ขอมปกครองมาก่อน เพราะพบหลักฐานที่พอเชื่อถือได้ คือประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ตำบลนครเดิฐขุดพบพระพุทธรูปบุชา ผู้รู้หลายท่านสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอม และยังมีลำคลองชื่อว่า “คลองขอม” และชื่อเดิมของตำบลนครเดิฐนี้ เรียกว่า “นครเดิม” ต่อมาเรียกเพื้ยนไปเป็น “นครเดิฐ” ซากของเมืองในปัจจุบันชาวบ้านเรียกว่า “เมืองกระเหรี่ยงสวนแตง” และลำคลองขอมต่อมาเรียกว่า “คลองขุม” หรือ “น้ำขุม”

          สำหรับหลักฐานที่ประชาชนพบมีทั้งพระพุทธรูปบูชา พระเครื่อง ขานที่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์และทำด้วยหิน เครื่องปั้นดินเผาส่วนมากชำรุดเสียหายหมดและยังปรากฏซากวัดเก่าแก่หลายแห่งในเขตตำบลนครเดิฐนี้ แต่เดิมเป็นกิ่งอำเภอขึ้นอยู่ในเขตปกครองของอำเภอสวรรคโลก โดยได้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อวันที่  ๒๐ มกราคม ๒๕๑๙ และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม  ๒๕๒๔ โดยจัดแบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๕ ตำบล ๔๕ หมู่บ้าน

 ที่มา : ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคจังหวัดสุโขทัย , 2541 


[
ข้อมูลจังหวัดสุโขทัย] [ประวัติศาสตร์สุโขทัย] [สถานที่ท่องเที่ยว] [เทศกาลงานประเพณี] [หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์] [ทำเนียบหน่วยงาน] [เว็บไซต์ในจังหวัด]
[
แผนผังเว็บไซต์]
 

.

พัฒนาโดย : กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดสุโขทัย  โทร. 0-5561-4304  โทรสาร 0-5561-1619

ติดต่อผู้ดูแลเว็บ E-mail : sukhothai@moi.go.th ,  sukhothai_gov@thaimail.com