• คำขวัญของจังหวัดสุโขทัย "มรดกโลกล้ำเลิศ  กำเนิดลายสือไทย  เล่นไฟลอยกระทง  ดำรงพุทธศาสนา  งามตาผ้าตีนจก  สังคโลก ทองโบราณ  สักการแม่ย่า พ่อขุน  รุ่งอรุณแห่งความสุข"   "Source of national heritage, the Thai alphabets, the best Loy Krathong celebrations, firm foundation of Buddhism, the fine Teen Jok cloth, ancient chinaware, holy Pho Khun Ramkhamhaeng’s mother, dawn of happiness."   

  • 444.jpg
  • home1.jpg
  • home2.jpg
  • home5.jpg
  • home6.jpg

คณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย

ท่องเที่ยวเชิงเกษตร

ท่องเที่ยวเชิงเกษตร (ดงย่าปา)

 

                         การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (ดงย่าปา)  เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งเป็นการเที่ยวชมที่สามารถสัมผัสวีถีชีวิตธรรมชาติของชาวสวนทุเรียน พร้อมทั้งชิมผลไม้จากชาวสวนโดยตรง เช่น เงาะ ทุเรียน ฯลฯ    โดยกำหนดจัดงานในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ของทุกปี  ณ   บ้านดงย่าปา หมู่ที่ 6 ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย  ติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ/ติดต่อสอบถามได้ที่  องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตึก  โทร. 0-5567-7200

พระพุทธอุทยานสุโขทัย

 

พระพุทธอุทยานสุโขทัย

  

               พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยเป็นที่ยอมรับและได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงามที่สุด เมื่อเทียบกับพระพุทธรูปในสมัยอื่น ๆ ในอดีตองค์พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย และประชาชนชาวสุโขทัย มีความศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการก่อสร้าง พระพุทธรูปทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากนับพันองค์ หลังจากอาณาจักรสุโขทัยร่วงโรย พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในเมืองสุโขทัย จึงถูกปล่อยทิ้งร้างเป็นจำนวนมาก และได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานยังวัดต่างๆ มากกว่า 200 องค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร

               พระพุทธรูปจำลองจำนวน 9 องค์ ที่จังหวัดสุโขทัยสร้างขึ้น ประกอบด้วย

1.     พระพุทธรูปปางลีลา ขนาดความสูง 2.03 เมตร ทำพิธีเททองหล่อองค์พระเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 เวลา 18.19 น. องค์เดิมประดิษฐาน ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  กรุงเทพมหานคร

2.      พระร่วงโรจนฤทธิ์  ขนาดความสูง 7.72 เมตร ทำพิธีเททองหล่อองค์พระ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 เวลา 17.39 น. องค์เดิมประดิษฐาน ณ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม

3.      พระศาสดา    ขนาดหน้าตักกว้าง  3  ศอก    ทำพิธีเททองหล่อองค์พระ     เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 เวลา 19.19 น. องค์เดิมประดิษฐาน ณ วัดสุวรรณาราม กรุงเทพมหานคร

4.      พระพุทธชินสีห์ หรือ พระนาคปรก  ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก ทำพิธีเททองหล่อองค์ พระเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 เวลา 19.19 น. องค์เดิมประดิษฐาน ณ วัดพระเชตุพนวิมล มังคลาราม กรุงเทพมหานคร

5.      พระพุทธสิหิงค์  ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก  ทำพิธีเททองหล่อองค์พระ   เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 เวลา 19.19 น. องค์เดิมประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพมหานคร

6.     หลวงพ่อร่วง  ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก องค์เดิมทำพิธีเททองหล่อองค์พระ  เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 เวลา 19.19 น. องค์เดิมประดิษฐาน ณ วัดมหรรณ พาราม กรุงเทพมหานคร

7.      พระสุโขทัยไตรมิตร  ขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว สูง 7 ศอก 9 นิ้ว ทำพิธีเททองหล่อ องค์พระเมื่อวันที่  20 พฤศจิกายน พ.ศ.2542 เวลา 19.19 น. องค์เดิมประดิษฐาน ณ วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร

8.      พระศรีศากยมุนี  ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก  ทำพิธีเททองหล่อองค์พระ  เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 เวลา 19.19 น. องค์เดิมประดิษฐาน ณ วัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพมหานคร

9.     พระพุทธไสยาสน์  ขนาดความยาว 6 ศอก ทำพิธีเททองหล่อองค์พระ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 เวลา 19.39 น. องค์เดิมประดิษฐาน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

 

             

  พระพุทธอุทยานสุโขทัย  ได้เริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุโขทัย ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบวิหารพระปรางค์ห้ายอด ภายในวิหารปูด้วยหินอ่อน  พื้นภายนอกปูด้วยหินแกรนิต ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างได้จากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคและรายได้จากการจำหน่าย 9 พระพุทธสุดแผ่นดิน และ 9 พระเครื่องเฟื่องสุดกรุ   

 

สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ

สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง)

 

 

           สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง)ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลป่ากุมเกาะ แต่เดิมเคยเป็นหนองน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด 830 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นน้ำ 645 ไร่ พื้นดิน 185 ไร่ ลักษณะของสวนนี้เป็นเกาะมีน้ำล้อมรอบมองเห็นทิวทัศน์ได้ เหมาะสำหรับที่จะพักผ่อน ภายในบริเวณมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สะพานไม้โบราณ ที่ข้ามอ่างน้ำเกาะกลางทุ่งแม่ระวิง มีความยาว 300 เมตร สักการะบูชาพระร่วง ณ วงเวียนประดิษฐานรูปพระร่วง อยู่ปากทางเข้าเกาะกลางทุ่งแม่ระวิง สักการะบูชาพระมหาโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม และนมัสการศาลปู่ก๊อก ข้างที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลป่ากุมเกาะ พักผ่อนศาลาที่พักริมทาง ชมวิวทิวทัศน์รอบเกาะ และเป็นแหล่งศึกษาดูงานหลายด้าน เช่น โครงการเกษตรผสมผสาน ได้แก่ ทำนา ทำสวน เลี้ยงไก่ พิพิธภัณฑ์ชาวนาแหล่งรวบรวมอุปกรณ์ชาวนาโบราณแสดงถึงวิถีชีวิตของชาวนาสมัยสุโขทัย แปลงสวนสมุนไพรสาธิต เรือนเพาะชำกล้าไม้

           นอกจากนั้นภายในบริเวณสวนแห่งนี้มีอาคารเอนกประสงค์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของดีจังหวัดสุโขทัย สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลป่ากุมเกาะ โทร. 0 - 5564 - 2100

ถ้ำเจ้าราม

 

ถ้ำเจ้าราม 

 

               ถ้ำเจ้าราม อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย  ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าวังตะเคียน เขตป่าสงวนแห่งชาติแม่มอก-แม่ลำพัน หมู่ที่ 15 ตำบลวังน้ำขาว อยู่ห่างจากอำเภอบ้านด่านลานหอยไปทางทิศเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร 

 

                ความเป็นมาของถ้ำเจ้าราม

                ถ้ำพระราม เดิมปรากฏอยู่ในปลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ต่อมาชาวบ้านแถบนั่นเรียกเพี้ยนไปเป็น ถ้ำเจ้าราม จากหลักฐานและคำบอกเล่าสันนิษฐานว่าถ้ำเจ้ารามน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพ่อขุนรามคำแหง อยู่ 2 ประการ

                ประการที่ 1  เป็นที่พักผ่อนของพ่อขุนรามฯ เพราะเป็นบริเวณถ้ำที่มีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงาม

                ประการที่ 2  เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู เพราะในบริเวณส่วนกลางของถ้ำเป็นที่โล่งกว้างด้านบนมีปล่อง

แสงอาทิตย์ส่องลงมาได้ สามารถบรรจุคนได้มากพอสมควร และยังมีแผ่นศิลาจารึกเป็นภาษาสุโขทัยปรากฏอยู่ในถ้ำ

                ชาวบ้านเชื่อกันว่าในระหว่างการเข้าชมถ้ำเจ้าราม ไม่สมควรพูดจาหยาบคายหรือลบหลู่ และมิควรกระทำมิดีเพราะจะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดต่าง ๆ ได้ เช่น มูลค้างคาว ซึ่งมีค่ามหาศาลทำให้เกิดความโลภของมนุษย์ จนเกิดเพทภัยถึงแก่ชีวิตมาแล้วหลายคน

                จากการบอกเล่าของชาวบ้านมีผู้ที่เคยเข้าไปสำรวจภายในถ้ำเจ้าราม พบว่ามีลักษณะแคบบ้างกว้างบ้างและยาวมาก กล่าวว่าท้ายถ้ำยาวไปถึงจังหวัดลำปาง สังเกตจากมูลค้างคาวถูกไฟไหม้ที่ปากถ้ำ แต่มีควันไฟไปออกที่ปลายถ้ำ ซึ่งเป็นบริเวณติดต่อดังกล่าว ภายในถ้ำมีสระน้ำขนาดใหญ่ และเคยมีผู้พบพระพุทธรูปสมัยเก่าหลายองค์ในน้ำ  

                จุดเด่นทางธรรมชาติ

                ถ้ำพระราม  เป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวกินแมลงหลายชนิด ที่สำคัญคือ ค้างคาวปากย่น มีประมาณ แปดแสน - หนึ่งล้านตัน จะออกมาหากินในตอนเย็นโดยบินต่อกันเป็นทิวสาย สวยงามประทับใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

                ต้นสักใหญ่  เป็นต้นสักขนาดใหญ่ที่ยืนต้น และยังมีชิวิตอยู่สูงประมาณ 25 เมตร เส้นรอบวงประมาณ 630 ซม. อยู่ห่างจากถ้ำพระรามไปทางทิศเหนือประมาณ 3 กม.

                ดงจันทน์ผา  เป็นสังคมพืชเขาหินปูน โดยมีต้นจันทน์ผาขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่อยู่หลังหน่วยพิทักษ์ป่าเชิงผาน้ำตกเชิงผา  เป็นน้ำตกที่เกิดจากแหล่งน้ำซับ ที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน มี 3 ชั้น ชั้นบนสูงสุดประมาณ 20 เมตร

                อ่างเก็บน้ำหนองเคาะ  เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก อยู่บริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าวังตะเคียน เป็นที่พักผ่อนของประชาชนในการตกปลา  

                   ความรู้เกี่ยวกับค้างคาว

                เชื่อกันว่า ค้างคาว เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษของสัตว์กินแมลงที่หากินอยู่บน    ต้นไม้ มีการค้นพบฟอสซิลค้างคาวที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในยุค EOCENE หรือราว 50 ล้านปีมาแล้ว

                ค้างคาว  นับเป็นสัตว์ที่มีความมหัศจรรย์มาก คือ มีการติดต่อสื่อสาร โดยการส่งคลื่นโซน่าร์ เพื่อหลบหลีกสิ่งที่กีดขวางต่าง ๆ

                ค้างคาว  เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่บินได้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มค้างคาวกินผลไม้ มี 166 ชนิด ในประเทศไทยพบ 18 ชนิด ค้างคาวชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนของโลกเท่านั้น และมีกลุ่มหนึ่งเป็นค้างคาวกินแมลง มี 759 ชนิด ในประเทศไทยพบ 90 ชนิด จากการสำรวจค้างคาวที่อาศัยอยู่ในถ้ำเจ้าราม ประมาณ 2 ล้านตัวพบว่ามีค้างคาวอยู่ 6 ชนิด คือ    ค้างคาวเล็บกุด ค้างคาวปีกถุง  ค้างคาวหน้ายักษ์กระบังหน้า  ค้างคาวหน้ายักษ์สามลีบ    ค้างคาวปากย่น     และ ค้างคาวปีกพับใหญ่ ทั้ง 6 ชนิดเป็นค้างคาวกินแมลง  

                ข้อแนะนำในการเยี่ยมชมถ้ำเจ้าราม

                1. การเดินทางไปถ้ำเจ้าราม สามารถเดินทางโดยทางรถยนต์ถึงบริเวณหน้าถ้ำ ระยะทางจากอำเภอ    บ้านด่านลานหอยถึงถ้ำเจ้าราม ประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

                2. สิ่งของที่ต้องเตรียมไป สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมภายในถ้ำ ควรมีเสื้อไว้ผลัดเปลี่ยน เพราะภายในถ้ำมีมูลค้างคาวจำนวนมากอาจฟุ้งกระจายติดตัว และควรมีไฟฉายไปด้วย เพราะภายในถ้ำมืดมาก และสำหรับผู้ที่ต้องการชมฝูงค้างคาว ควรเตรียมอาหารเย็นไปด้วยและหากต้องการพักค้างคืนบริเวณหน้าถ้ำเพื่อชมฝูงค้างคาวบินเข้าถ้ำ ควรนำเต้นท์และเครื่องนอนไปด้วย  

                3. ช่วงเวลาในการเยี่ยมชมถ้ำเจ้าราม

                เวลา 14.00 น. ควรเดินทางถึงบริเวณหน้าถ้ำ  

                เวลา 14.00-17.00 น. เข้าเยี่ยมชมภายในถ้ำและทิวทัศน์รอบ ๆ ถ้ำ  

                เวลา 17.00 น.  เตรียมพร้อมสำหรับชมฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำ เพื่อหากินในตอนกลางคืน

                เวลา 17.30 น.  ชมฝูงค้างคาวทยอยบินออกจากถ้ำพร้อมรับประทานอาหารและพักผ่อนตามอัธยาศัย

                เวลา 06.00 น. ของวันถัดมาชมฝูงค้างคาวทยอยบินเข้าถ้ำ

                เส้นทางคมนาคม

                1. จากจังหวัดสุโขทัยไปตามถนนสายสุโขทัย-ทุ่งเสลี่ยม ระยะทาง 67 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อถนนลูกรัง รพช.สายทุ่งเสลี่ยม-บ้านด่านลานหอย 19 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำ เจ้าราม รวมระยะทาง 86 กิโลเมตร

                2. จากจังหวัดสุโขทัยไปตามถนนสายสุโขทัย-ตาก ถึง อ.บ้านด่านลานหอย ระยะทาง 27 กิโลเมตร แล้วเลี้ยงขวาเข้าถนนสายบ้านด่านลานหอย-ทุ่งเสลี่ยม 34 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม รวมระยะทาง 61 กิโลเมตร

                สถานที่ติดต่อเข้าเยี่ยมชมถ้ำเจ้าราม ผู้ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมถ้ำเจ้ารามต้องติดต่อขออนุญาตจากหน่วยพิทักษ์เขตห้างล่าสัตว์ป่าฯ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยหนองเคาะ ก่อนถึงถ้ำเจ้ารามประมาณ 7 กิโลเมตร

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอบ้านด่านลานหอย โทรศัพท์ 0-5568-9024  

วัดพิพัฒน์มงคล

วัดพิพัฒน์มงคล

 

               วัดพิพัฒน์มงคล  อำเภอทุ่งเสลี่ยม  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ หรือพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง หล่อด้วยทองคำหนัก 9 กิโลกรัม ปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลปะสมัยสุโขทัยที่มีความงดงาม