อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
อุทยานแห่งชาติรามคำแหง

อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก
พิพิธภัณฑ์สังคโลกสุโขทัย
พิพิธภัณฑ์ปลาในวรรณคดี

ศาลพระแม่ย่า

หลวงพ่อศิลา
วัดพิพัฒน์มงคล

ทุ่งแม่ระวิง

ถ้ำเจ้าราม

พระพุทธอุทยานสุโขทัย
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร

 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้ำเจ้าราม 

 

               ถ้ำเจ้าราม อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย  ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าวังตะเคียน เขตป่าสงวนแห่งชาติ แม่มอก-แม่ลำพัน หมู่ที่ 15 ตำบลวังน้ำขาว อยู่ห่างจากอำเภอบ้านด่านลานหอยไปทางทิศเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร 

 

                ความเป็นมาของถ้ำเจ้าราม

                “ถ้ำพระราม” เดิมปรากฏอยู่ในปลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ต่อมาชาวบ้านแถบนั่นเรียกเพี้ยนไปเป็น “ถ้ำเจ้าราม” จากหลักฐานและคำบอกเล่าสันนิษฐานว่าถ้ำเจ้ารามน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพ่อขุนรามคำแหง อยู่ 2 ประการ

                ประการที่ 1  เป็นที่พักผ่อนของพ่อขุนรามฯ เพราะเป็นบริเวณถ้ำที่มีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงาม

                ประการที่ 2  เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู เพราะในบริเวณส่วนกลางของถ้ำเป็นที่โล่งกว้างด้านบนมีปล่อง

แสงอาทิตย์ส่องลงมาได้ สามารถบรรจุคนได้มากพอสมควร และยังมีแผ่นศิลาจารึกเป็นภาษาสุโขทัยปรากฏอยู่ในถ้ำ

                ชาวบ้านเชื่อกันว่าในระหว่างการเข้าชมถ้ำเจ้าราม ไม่สมควรพูดจาหยาบคายหรือลบหลู่ และมิควรกระทำมิดีเพราะจะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดต่าง ๆ ได้ เช่น มูลค้างคาว ซึ่งมีค่ามหาศาลทำให้เกิดความโลภของมนุษย์ จนเกิดเพทภัยถึงแก่ชีวิตมาแล้วหลายคน

                จากการบอกเล่าของชาวบ้านมีผู้ที่เคยเข้าไปสำรวจภายในถ้ำเจ้าราม พบว่ามีลักษณะแคบบ้างกว้างบ้างและยาวมาก กล่าวว่าท้ายถ้ำยาวไปถึงจังหวัดลำปาง สังเกตจากมูลค้างคาวถูกไฟไหม้ที่ปากถ้ำ แต่มีควันไฟไปออกที่ปลายถ้ำ ซึ่งเป็นบริเวณติดต่อดังกล่าว ภายในถ้ำมีสระน้ำขนาดใหญ่ และเคยมีผู้พบพระพุทธรูปสมัยเก่าหลายองค์ในน้ำ  

                จุดเด่นทางธรรมชาติ

                ถ้ำพระราม  เป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวกินแมลงหลายชนิด ที่สำคัญคือ ค้างคาวปากย่น มีประมาณ แปดแสน - หนึ่งล้านตัน จะออกมาหากินในตอนเย็นโดยบินต่อกันเป็นทิวสาย สวยงามประทับใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

                ต้นสักใหญ่  เป็นต้นสักขนาดใหญ่ที่ยืนต้น และยังมีชิวิตอยู่สูงประมาณ 25 เมตร เส้นรอบวงประมาณ 630 ซม. อยู่ห่างจากถ้ำพระรามไปทางทิศเหนือประมาณ 3 กม.

                ดงจันทน์ผา  เป็นสังคมพืชเขาหินปูน โดยมีต้นจันทน์ผาขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่อยู่หลังหน่วยพิทักษ์ป่าเชิงผาน้ำตกเชิงผา  เป็นน้ำตกที่เกิดจากแหล่งน้ำซับ ที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน มี 3 ชั้น ชั้นบนสูงสุดประมาณ 20 เมตร

                อ่างเก็บน้ำหนองเคาะ  เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก อยู่บริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าวังตะเคียน เป็นที่พักผ่อนของประชาชนในการตกปลา  

                   ความรู้เกี่ยวกับค้างคาว

                เชื่อกันว่า “ค้างคาว” เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษของสัตว์กินแมลงที่หากินอยู่บน    ต้นไม้ มีการค้นพบฟอสซิลค้างคาวที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ในยุค EOCENE หรือราว 50 ล้านปีมาแล้ว

                ค้างคาว  นับเป็นสัตว์ที่มีความมหัศจรรย์มาก คือ มีการติดต่อสื่อสาร โดยการส่งคลื่นโซน่าร์ เพื่อหลบหลีกสิ่งที่กีดขวางต่าง ๆ

                ค้างคาว  เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่บินได้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มค้างคาวกินผลไม้ มี 166 ชนิด ในประเทศไทยพบ 18 ชนิด ค้างคาวชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนของโลกเท่านั้น และมีกลุ่มหนึ่งเป็นค้างคาวกินแมลง มี 759 ชนิด ในประเทศไทยพบ 90 ชนิด จากการสำรวจค้างคาวที่อาศัยอยู่ในถ้ำเจ้าราม ประมาณ 2 ล้านตัวพบว่ามีค้างคาวอยู่ 6 ชนิด คือ    ค้างคาวเล็บกุด ค้างคาวปีกถุง   ค้างคาวหน้ายักษ์กระบังหน้า   ค้างคาวหน้ายักษ์สามลีบ    ค้างคาวปากย่น     และ ค้างคาวปีกพับใหญ่ ทั้ง 6 ชนิดเป็นค้างคาวกินแมลง  

                ข้อแนะนำในการเยี่ยมชมถ้ำเจ้าราม

                1. การเดินทางไปถ้ำเจ้าราม สามารถเดินทางโดยทางรถยนต์ถึงบริเวณหน้าถ้ำ ระยะทางจากอำเภอ    บ้านด่านลานหอยถึงถ้ำเจ้าราม ประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที

                2. สิ่งของที่ต้องเตรียมไป สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมภายในถ้ำ ควรมีเสื้อไว้ผลัดเปลี่ยน เพราะภายในถ้ำมีมูลค้างคาวจำนวนมากอาจฟุ้งกระจายติดตัว และควรมีไฟฉายไปด้วย เพราะภายในถ้ำมืดมาก และสำหรับผู้ที่ต้องการชมฝูงค้างคาว ควรเตรียมอาหารเย็นไปด้วยและหากต้องการพักค้างคืนบริเวณหน้าถ้ำเพื่อชมฝูงค้างคาวบินเข้าถ้ำ ควรนำเต้นท์และเครื่องนอนไปด้วย  

                3. ช่วงเวลาในการเยี่ยมชมถ้ำเจ้าราม

                เวลา 14.00 น. ควรเดินทางถึงบริเวณหน้าถ้ำ  

                เวลา 14.00-17.00 น. เข้าเยี่ยมชมภายในถ้ำและทิวทัศน์รอบ ๆ ถ้ำ  

                เวลา 17.00 น.  เตรียมพร้อมสำหรับชมฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำ เพื่อหากินในตอนกลางคืน

                เวลา 17.30 น.  ชมฝูงค้างคาวทยอยบินออกจากถ้ำพร้อมรับประทานอาหารและพักผ่อนตามอัธยาศัย

                เวลา 06.00 น. ของวันถัดมาชมฝูงค้างคาวทยอยบินเข้าถ้ำ

                เส้นทางคมนาคม

                1. จากจังหวัดสุโขทัยไปตามถนนสายสุโขทัย-ทุ่งเสลี่ยม ระยะทาง 67 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อถนนลูกรัง รพช.สายทุ่งเสลี่ยม-บ้านด่านลานหอย 19 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำ เจ้าราม รวมระยะทาง 86 กิโลเมตร

                2. จากจังหวัดสุโขทัยไปตามถนนสายสุโขทัย-ตาก ถึง อ.บ้านด่านลานหอย ระยะทาง 27 กิโลเมตร แล้วเลี้ยงขวาเข้าถนนสายบ้านด่านลานหอย-ทุ่งเสลี่ยม 34 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม รวมระยะทาง 61 กิโลเมตร

                สถานที่ติดต่อเข้าเยี่ยมชมถ้ำเจ้าราม ผู้ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมถ้ำเจ้ารามต้องติดต่อขออนุญาตจากหน่วยพิทักษ์เขตห้างล่าสัตว์ป่าฯ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยหนองเคาะ ก่อนถึงถ้ำเจ้ารามประมาณ 7 กิโลเมตร

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอบ้านด่านลานหอย โทรศัพท์ 0-5568-9024  


[
ข้อมูลจังหวัดสุโขทัย] [ประวัติศาสตร์สุโขทัย] [สถานที่ท่องเที่ยว] [เทศกาลงานประเพณี] [หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์] [ทำเนียบหน่วยงาน] [เว็บไซต์ในจังหวัด]
[
แผนผังเว็บไซต์]
 

.

พัฒนาโดย : กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดสุโขทัย  โทร. 0-5561-4304  โทรสาร 0-5561-1619

ติดต่อผู้ดูแลเว็บ E-mail : sukhothai@moi.go.th ,  sukhothai_gov@thaimail.com